เขียนแบบเทคนิคเบื้องต้น 8 บท

ความหมาย
งานเขียนแบบ หมายถึง การถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการหรือความรู้จากการประดิษฐ์คิดค้นของนักประดิษฐ์ นักออกแบบ หรือ วิศวกร โดยขีดเขียนด้วยเส้นต่างๆ มาประกอบกันจนกลายเป็นรูปร่าง ซึ่งเรียกว่าแบบงานแล้วนำแบบงานไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ ต่างๆ รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

บทที่ 1 เครื่องมือเขียนแบบ
เครื่องมือเขียนแบบเป็นส่วนสำคัญมากในงานเขียนแบบ เพราะการที่จะเขียนแบบให้ถูกต้อง รวดเร็วสวยงาม จะต้องอาศัยเครื่องมือเขียนแบบที่เหมาะสมกับงานนั้นๆ ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องมือเขียนแบบที่ถูกต้องและเหมาะสม นอกจากจะทำให้การเขียนแบบมีความละเอียด สวยงาม และรวดเร็วแล้ว ยังเป็นการช่วยให้เครื่องมือเขียนแบบมีอายุการใช้งานยาวนานอีกด้วย

บทที่ 2 มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิค
สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในงานเขียนแบบ ผู้เขียนแบบที่ต้องศึกษามาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเขียนแบบสาขานั้นๆ เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องซึ่งมาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิคที่ผู้เขียนแบบต้องศึกษาเป็นเบื้องต้น ได้แก่ มาตรฐานของกระดาษเขียนแบบ มาตรฐานเส้นการเขียนอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลข การเขียนตัวอักษรภาษาไทย วิธีการเขียนตัวอักษรและมาตราส่วน

บทที่ 3 การสร้างรูปเรขาคณิต
รูปเรขาคณิตเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการสร้างรูปทรงต่างๆ ซึ่งผู้เขียนแบบจะต้องนำเทคนิคและวิธีการต่างๆ ทางเรขาคณิตไปประยุกต์ใช้ในการเขียนแบบ เช่น การแบ่งครึ่งเส้นและมุม การเขียนเส้นและส่วนโค้งขนานกัน การสร้างรูปหลายเหลี่ยม การสร้างส่วนโค้งสัมผัสมุมและวัตถุ2วัตถุ การเขียนวงรีเป็นต้น

บทที่ 4 การกำหนดขนาดของมิติ
การกำหนดขนาดของมิติมีจุดมุ่งหมายที่จะแสดงสัดส่วนและขนาดต่างๆ ของแบบงานโดยจะต้องคำนึงถึงขั้นตอนการทำงาน การวัดและตรวจสอบหน้าที่และตำแหน่งของงานนั้นๆ เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็ว ดังนั้น ผู้เขียนแบบจึงควรทราบวิธีการกำหนดขนาดมิติที่เป็นมาตรฐานสากลและใช้สัญลักษณ์ต่างๆในการกำหนดขนาดมิติได้อย่างถูกต้อง

บทที่ 5 การเขียนภาพสามมิติ
ภาพสามมิติเป็นภาพที่แสดงสัดส่วนของชิ้นงานในลักษณะที่คล้ายกับรูปทรงจริงของชิ้นงาน ซึ่งสามารถแสดงมิติได้ทั้ง 3 มิติในภาพเพียงภาพเดียว ทำให้ผู้อ่านแบบเข้าใจแบบได้ง่าย แต่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นแบบทำงานได้ เนื่องจากไม่สามารถกำหนดรายละเอียดต่างๆลงในภาพสามมิติได้ครบถ้วนโดยส่วนมากจะใช้ร่วมกับภาพฉายเพื่อให้อ่านแบบได้ง่ายขึ้น

บทที่ 6 การเขียนภาพฉาย
ภาพฉายเป็นภาพที่มีจุดมุ่งหมายในการแสดงภาพชิ้นงานแบบ 2 มิติ ซึ่งเป็นภาพที่ใช้สำหรับการเขียนแบบสั่งงานการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมเนื่องจากเป็นภาพที่สามารถเขียนได้ตั้งแต่ภาพด้านเดียวจนถึงภาพ 6 ด้าน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของชิ้นงานนั้นๆรวมทั้งยังเป็นภาพที่สามารถกำหนดขนาดของมิติและรายละเอียดของชิ้นงานได้ครบถ้วนที่สุด

บทที่ 7 การเขียนภาพตัด
ในงานเขียนแบบชิ้นงานที่มีความซับซ้อนมาก ซึ่งยากต่อการอ่านแบบและเขียนแบบดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการอ่านแบบเขียนแบบและสามารถแสดงรายละเอียดของแบบงานได้สมบูรณ์มากขึ้น จึงนิยมนำวิธีการผ่าชิ้นงานเพื่อแสดงรูปร่างทั้งภายในและภายนอกของชิ้นงานซึ่งการผ่าดังกล่าวไม่ใช่เป็นการผ่านชิ้นงานจริงๆ เป็นเพียงการจินตนาการในการมองภาพเท่านั้น ส่วนภาพที่ได้จากการผ่าอาจจะเขียนไว้ที่ภาพด้านใดด้านหนึ่งของภาพฉายนอกภาพฉายและภาพ 3 มิติก็ได้

บทที่ 8 การสเกตซ์ภาพ
การสเก็ตช์ภาพ (Sketching View) เป็นการเขียนแบบวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นการเขียนโดยไม่ใช้เครื่องมือเขียนแบบช่วยในการเขียนใช้เพียงมือเปล่าและอุปกรณ์ที่จำเป็นคือ ดินสอ ยางลบ และ กระดาษ เท่านั้น โดยสามารถสเก็ตช์วัตถุและรูปทรงต่างๆ ได้แก่ การลากเส้นตรง การสเก็ตช์วงกลม การสเก็ตช์วงรี การสเก็ตช์ส่วนโค้ง การสเก็ตช์ภาพ isometric และการสเก็ตภาพฉาย